ตอบตรงๆ กับหมอณัฐ เรื่อง "เลเซอร์" Laser Q & A

13676 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ตอบตรงๆ กับหมอณัฐ เรื่อง "เลเซอร์" Laser Q & A

เลเซอร์ คือ อะไรกันแน่ แล้วปัญหาไหน ใช้เลเซอร์อะไรดี

 

 




Q: บางคนมีความเชื่อว่า ทำเลเซอร์แล้ว หน้าจะบาง จริงหรือไม่

A: แบ่งง่ายๆเลยค่ะ เลเซอร์ที่มีสะเก็ดหลังทำ กับเลเซอร์ที่ไม่มีสะเก็ด

ตัวที่ไม่มีสะเก็ดไม่ทำให้หน้าบางนะคะ ผิวไม่หายไป ไม่หลุดไป คือผิวไม่บางลงนั่นเองค่ะ

ตัวอย่างเช่น เลเซอร์ Q Switch , Long Pulse ND Yag, Dual Yellow Laser, V Beam


ตัวที่มีสะเก็ด แน่นอนค่ะ ว่าผิวบางลง แต่เป็นแค่ “ชั่วคราวเท่านั้นนะคะ” พอผิวสร้างใหม่ขึ้นมา ก็จะกลับมาปกติค่ะ เพราะฉะนั้น หมอจึงแนะนำว่าไม่ให้โดนแดดจัดๆในช่วงที่เพิ่งทำเลเซอร์ หรือ หลังสะเก็ดหลุดช่วงแรก ส่วนมากเป็นเลเซอร์พวกหลุมสิวต่างๆ

ตัวอย่างเช่น E-matrix, Fine Scan, Fraxel, Carbon dioxide laser


Q: แล้วหลังทำต้องพักหน้านานเท่าไหร่

A: สำหรับเลเซอร์ที่ไม่มีสะเก็ด ไม่ต้องพักค่ะ สามารถแต่งหน้าได้เลย ทาครีมได้ตามปกติ แต่งดออกแดดจัดๆ ในช่วงสัปดาห์แรก เนื่องจากว่าจะทำให้ประสิทธิภาพการทำเลเซอร์ได้ผลไม่ดีเท่าที่ควรค่ะ

ส่วนเลเซอร์ที่มีสะเก็ด วันแรกจะแดง ร้อนผ่าวๆ และผิวหลุดออกไปบางส่วน จึงแนะนำให้ห้ามโดนน้ำใน 24 ชม.แรกหลังทำ จากนั้นให้ล้างหน้าด้วยเจลล้างหน้าอ่อนๆ ไม่มีสครับ เจลไม่มีฟอง วันที่ 3-4 จะตกสะเก็ด เริ่มทาครีมบำรุงได้ แต่ยังคงงดพวกกลุ่ม Whitening หรือมีกรดผลไม้ต่างๆ พยายามอย่าแกะสะเก็ดให้สะเก็ดหลุดช้าๆจะดีที่สุด เวลาล้างหน้า ให้ซับหน้าเบาๆ ช่วงนี้ก็ยังไม่สามารถแต่งหน้าได้ค่ะ

พอเข้าวันที่ 5-7 สะเก็ดจะหลุดไปพอสมควร สามารถทากันแดดได้ เริ่มแต่งหน้าได้หลัง 7 วัน ตอนที่สะเก็ดหลุดหมด หลังจาก 7 วัน ผิวจะเป็นผิวใหม่ ช่วงนี้ต้องยิ่งระวังเรื่องการออกแดด เพราะผิวใหม่นั้นยังอ่อนแออยู่ ถ้าดูแลดีๆช่วงนี้ ผิวใหม่ ใสแน่นอนค่ะ


Q: แล้วเลเซอร์ แต่ละตัว ต่างกันอย่างไร

A: ต่างกันที่ความยาวคลื่นค่ะ ความยาวคลื่นของแสงเลเซอร์ที่ต่างกันนั้น ทำให้ความจำเพาะของเลเซอร์แต่ละตัวต่างกันออกไป เลเซอร์แต่ละตัวจึงรักษาปัญหาที่แตกต่างกันออกไป เช่น 


Q Switch หรือ PICO laser เก่งเรื่องรอยดำ เพราะความยาวคลื่นของตัวนี้ จำเพาะกับเม็ดสี เมลานิน จึงทำให้เวลายิงไป เม็ดสีจะแตกออก และขนกลายเป็นสีขาว (เพราะในขนเราก็มีเม็ดสีเมลานิน) 


V beam เก่งเรื่องรอยแดง เส้นเลือด จึงใช้รักษาแผลหลังผ่าตัด ลดเส้นเลือดที่มาเลี้ยงแผลเป็น รอยแดงต่างๆจากสิว ลดเส้นเลือดขอดเล็กๆ


Long Pulse ND Yag เก่งเรื่องการกำจัดขน กระตุ้นคอลลาเจน


Q: เลเซอร์กับไอพีแอลต่างกันอย่างไร

A: ตามหัวข้อก่อนหน้านี้ เลเซอร์คือ มีความยาวคลื่นที่จำเพาะ เจาะจง แต่ไอพีแอล ต่างออกไปตรงที่ ไม่มีความจำเพาะเจาะจง เราจึงไม่เรียกว่าไอพีแอล คือเลเซอร์ เพราะไอพีแอลเป็นเพียงลำแสง ที่มีหลายความยาวคลื่น จึงรักษาได้หลายอย่างในเครื่องเดียว แต่อาจจะต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษาที่มากกว่าเลเซอร์เนื่องจากความเข้มข้นของแสงไม่เท่าเลเซอร์

Q: ปัญหาไหน แก้ได้ด้วยเลเซอร์ตัวไหนบ้าง ?

A:

 ปัญหายอดฮิต รอยดำจากสิว หลักๆเลย คือ กลุ่มเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 1064 นาโนเมตร พวก Q Switch laser, PICO Laser

 รอยแดง จริงๆ จะจำเพาะกับพวก Pulse Dye Laser หรือ V Beam (ชื่อยี่ห้อเครื่อง) และพวก Dual Yellow Laser

 ไฝ ขี้แมลงวัน กระเนื้อ ปัญหาพวกนี้ ถ้าเปรียบเทียบ คือเราจะต้องเอาเนื้อตรงส่วนนั้นออกไป จึงต้องใช้การจี้ด้วยเลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ CO2 laser

 หลุมสิว การทำให้หลุมสิวดีขึ้นนั้นมีหลายเทคโนโลยี จะเป็นกลุ่มพวกที่ส่วนมากเกิดสะเก็ด เช่น E Matrix , Finescan, Fraxel, Erbium Yag, Fractional CO2

 รอยแตกลาย ใช้เลเซอร์กลุ่มเดียวกับหลุมสิว

 กระแดด กระลึก ใช้เลเซอร์กลุ่มเดียวกับรอยดำจากสิว

 รอยแผลจากการผ่าตัด ต้องดูก่อนว่าเป็นระยะไหนค่ะ ถ้าแรกๆ เป็นรอยแดง ก็ใช้กลุ่มรอยแดงเลย ถ้านานแล้วก็ใช้กลุ่มรอยดำ ถ้าไม่เรียบใช้กลุ่มหลุมสิวค่ะ แต่ถ้ามีรอยนูนร่วมด้วย ก็ต้องทำการฉีดลดรอยนูนร่วมกันค่ะ

 แผลคีลอยด์ ใช้กลุ่ม Pulse Dye Laser ลดเส้นเลือดที่มาเลี้ยง และทำให้ฝ่อลง ควบคู่กับการฉีดยาค่ะ

 ฝ้า จริงๆแล้วฝ้านั้นเป็นรอยดำก็จริง แต่ในการทฤษฎี ตอนนี้ ยังไม่มีอะไรที่รักษาฝ้าได้ 100% และ Choice แรกในการรักษาฝ้าตอนนี้ ก็ยังคงเป็นยาทานะคะ ส่วนเลเซอร์นั้นเรายังถือว่าเป็นการรักษาเสริม (Adjuvant Therapy) ไม่จำเป็นต้องทำทุกคน และมีบางคนที่ทำแล้วดำขึ้นกว่าเก่าก็มีค่ะ
กำจัดขน เป็นกลุ่ม Long Pulse ND Yag, Diode laser กำจัดลึกถึงรากขน ทำต่อเนื่องนิดนึงในช่วงแรก เพื่อไม่ให้ขนกลับมาค่ะ

Q: ยิงยังไงให้ได้ผลดี

A: เลเซอร์แต่ละตัว และปัญหาแต่ละอย่างจะมีการยิงที่แตกต่างกันออกไป แม้จะใช้เครื่องเดียวกัน บางครั้งการปรับพลังงานก็ต้องต่างกันออกไปในแต่ละคน ตามปัญหาของคนไข้ และตามผิวของแต่ละคน และทางการแพทย์เราจะมีคำว่า endpoint (ผิวหลังยิง) จะต้องยิงให้ได้ endpoint ของแต่ละปัญหา จึงได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ เช่น บางปัญหาหลังยิงแค่ผิวอมชมพู ก็ถือว่าได้ endpoint แล้ว บางปัญหาต้องตกสะเก็ด หรือบางปัญหาต้องยิงจนเห็นจุดเลือดออกเล็กๆใต้ผิวก็มีค่ะ เพราะฉะนั้น นอกจากเครื่องมือที่ได้มาตรฐานแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ยิงด้วยค่ะ นอกจากนั้นการดูแลหลังทำให้ดี ก็ส่งผลให้ผลลัพธ์จากการทำเลเซอร์ดีขึ้นไปด้วยค่ะ


Q: ทำเลเซอร์กี่ครั้งหาย

A: ขึ้นกับปัญหาแต่ละชนิด และความหนักเบาปัญหาของแต่ละคนค่ะ ส่วนมากอย่างน้อย 3-5 ครั้ง จะเห็นผลชัด ในกลุ่มปัญหารอยดำ รอยแดง แนะนำให้ทำต่อเนื่องก่อนในช่วงแรกนะคะ ระยะห่างตามที่แพทย์กำหนด เหลื่อมๆได้นิดหน่อย ส่วนกลุ่มหลุมสิวนั้น ก็ 3-5 ครั้งค่ะ แต่อาจต้องรอเวลาหน่อยถึงเห็นชัด เพราะอาศัยหลักการกระตุ้มคอลลาเจน คอลลาเจนจะสร้างไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นบางทีหลังทำไป 3-6 เดือน ก็จะเห็นว่าผิวดีขึ้นอีกค่ะ แต่กลุ่มที่ต้องใช้การทำหลายครั้งมากๆ นั่นคือ กระลึก รอยสักค่ะ ต้อง 5-10 ครั้งเลยค่ะ

ส่วนพวก ขี้แมลงวัน กระเนื้อเล็กๆ 1-2 ครั้งก็หมดแล้วค่ะ

กำจัดขน ขึ้นกับปริมาณขน และความหนาของเส้นขนค่ะ ส่วนมาก 3-5 ครั้ง ห่างกัน 4-6 สัปดาห์


Q: หลังหยุดทำ ปัญหาต่างๆจะกลับมาหรือไม่

A: ถ้าเป็นพวกรอยดำ รอยแดงจากสิว จะไม่กลับมาแล้วค่ะ ยกเว้นว่า มีสิวมาใหม่ ก็จะมีรอยใหม่ได้ค่ะ

ส่วนหลุมสิวนั้น อาจจะเริ่มยุบกลับมานิดหน่อย ในช่วงที่คอลลาเจนเริ่มหาย เมื่ออายุมากขึ้นค่ะ แต่ส่วนมาก ก็ไม่กลับไปเป็นหลุมแบบเดิมค่ะ ยกเว้นเกิดสิวใหม่เช่นกัน

พวกขี้แมลงวัน กระเนื้อ ถ้าจุดเล็กๆ จะหายไปเลย ถ้าจุดใหญ่ อาจจะไม่หมด กลับมาได้ในหลักปี แต่อาจจะมีจุดใหม่เกิดขึ้นได้ค่ะ ในบริเวณอื่นๆ

ขน ถ้าทำต่อเนื่องสัก 5 ครั้งส่วยมากขนจะไม่ค่อยกลับมาแล้วค่ะ ถึงขึ้นก็จะบางๆ และปริมาณนิดเดียว

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้